การแก้ไขปัญหาโรคยอดเน่าของสับปะรด

โรคที่สำคัญของสับปะรด 

sub1โรคยอดเน่า (Heart rot and root rot) มีทั้งอาการยอดเน่าที่เกิดจากราซึ่งมีเชื้อต้นกำเนิดหลายตัวเช่น Phytophthora micotianae,P. palmivora, และ P. cinnamomi และยอดเน่าที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Erwinia chrysanthemi แสดงอาการใบอ่อนมีสีซีด ที่โคนใบจะเน่าดึงออกได้ง่าย ถ้าเกิดจากเชื้อราโคนใบที่เน่าจะมีสีน้ำตาล อาการเน่าจะลุกลามไปสู่ส่วนล่างของลำต้น ถ้ามีเชื้อราในดินด้วยจะทำให้รากเน่า ลำต้นไม่เจริญเติบโต ถ้าเข้าทำลายผลจะทำให้ผลเน่าเป็นจุดสีเขียวเข้ม (green fruit rot) ผ่าดูภายในเนื้อเยื่อจะเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้าเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่โคนใบมีลักษณะชุ่มน้ำเน่าเปื่อยมองเห็นเป็นแถบสีม่วงและสามารถเข้าทำลายผลได้ด้วย โดยจะเข้าทำลายระยะผลแก่ 1-2 สัปดาห์ก่อนเก็บเกี่ยวทำให้ผลสับปะรดมีสีเขียวเข้ม มีน้ำไหลออกจากผลเนื่องจากการหมักและมีก๊าซ เนื้อในผลเป็นโพรง การเข้าทำลายของเชื้อราจะเข้าทำลายได้ดีในสภาพที่อุณหภูมิสูง ประมาณ 25-30 องศา และสภาพดินแห้งแล้งมีสภาพความเป็นด่างสูง ยกเว้นเชื้อรา P. cinnamomi ที่ระบาดในสภาพดินที่เย็น อุณหภูมิ 19-25 องศา ส่วนการเข้าทำลายของแบคทีเรียเชื้อจะระบาดจากดินเข้าสู่ทางยอด เข้าฟักตัวตั้งแต่ระยะดอกจนผลสับปะรดแก่จึงจะแสดงอาการ การป้องกันกำจัดโดยการเตรียมดินที่ดี มีการอบดินฆ่าเชื้อในดินก่อนปลูกด้วยไดคลอโรโพพีน การยกร่องให้สูงเพื่อระบายน้ำ การจุ่มหน่อในสารกำจักเชื้อราก่อนปลูก และฉีดพ่นสารกำจัดเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียทุก 3-6 เดือน

 

pinkโรคผลสีชมพู (Pink disease) เกิดจากเชื้อ Erwinia herbicola ผลจะแสดงอาการปกติเมื่อดูจากภายนอก แต่เนื้อภายในผลที่สุกจะมีสีชมพูหรือสีน้ำตาลบริเวณที่เป็นผลย่อย (fruitlet) และลุกลามเชื่อมติดกันทำให้เห็นเป็นเนื้อเยื่อใส อาการในผลแก่ที่เก็บเพื่อบรรจุกระป๋องไม่ให้เห็นเด่นชัด แต่เมื่อได้รับความร้อนเวลานำไปนึ่งเพื่อฆ่าเชื้อชิ้นส่วนผลและน้ำสับปะรดจะเป็นสีน้ำตาลเข้ม ดังนั้นสามารถทดสอบก่อนโดยการเติมไดแอมโมเนียมฟอสเฟตลงไปก่อนให้ความร้อน ถ้าสับปะรดเป็นโรคผลสีชมพูน้ำสับปะรดในกระป๋องจะเป็นสีน้ำตาล เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ผลในระยะดอกบานและจากการดูดกินน้ำเลี้ยงของไรแดง พักตัวภายในผลจนกระทั่งผลแก่จึงแสดงอาการ ป้องกันกำจัดได้โดยการเก็บเกี่ยวผลเร็วกว่าปกติและควบคุมไรแดง

 

pineapplโรคหน่อเน่าและผลเน่า (Butt rot, fruit rot, water rot or soft rot) เกิดจากเชื้อรา chalara paradoxa แสดงอาการตามส่วนที่เป็นโรค โคนของหน่อเน่าจะเน่านิ่มเป็นสีดำเนื้อเยื่อหลุดล่อนเหลือแต่เส้นใยดำแข็งอาจจะเน่าในระยะก่อนปลูกหรือหลังปลูกแล้วก็ได้ ที่ผลจะแสดงอาการหลังจากเก็บเกี่ยวโดยผลจะเน่านิ่ม (water blister) หรือเน่าดำ (black rot)มีกลิ่นหมัก ถ้าเป็นมากผลจะแห้งแฟบเหลือแต่เส้นใยภายใน ที่ใบจะแสดงอาการใบจุดขาว (white spot) ซึ่งเป็นจุดชุ่มน้ำขยายตัวตามความยาวของใบ ต่อมาใบจะแห้งเป็นสีน้ำตาลเชื้อราจะเข้าทำลายทางรอยแผลตัดของหน่อและใบที่เกิดการเสียดสี มีความชื่นในอากาศสูง สภาพร้อนชื้นจะระบาดอย่างรวดเร็ว ป้องกันกำจัดโดยการเก็บรักษาหน่อในสภาพที่แห้ง แช่ในสารกำจัดเชื้อราเบนโนมิลก่อน

 

pineappโรคผลแกน (Marbling disease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Acetobacter peroxydans ผลภายนอกไม่แสดงอาการแต่ในเนื้อผลที่เริ่มสุกจากสีขาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแกมแดงเมื่อผลสุกมากขึ้นมีลักษณะเป็นเนื้อเยื่อแข็งกรอบ กระจายทั่วผล เมื่ออายุ 1 เดือนก่อนเก็บเกี่ยวผลที่เป็นโรคจะมีกรดและเปอร์เซ็นน้ำตาลลดลง เชื้อจะเข้าสู่ผลทางแผลและท่อน้ำหวานอาจมีไรแดงระบาดทำให้เชื้อเข้าสู่ผลได้ง่าย เชื้อมักจะพักตัวในดอกและผลอ่อนและจะแสดงอาการผลแก่สภาพที่แล้งยาวนานและมีฝนในระยะผลใกล้สุกมักจะแสดงอาการได้มาก ป้องกันกำจัดโดยการดูแลระบบการให้น้ำที่ดีหลีกเลี่ยงให้ผลสุกในฤดูร้อน หลีกเลี่ยงการให้ปุ๋ยเพื่อเร่งความหวาน ควบคุมการระบาดของไรแดงตลอดฤดูปลูกโดยเฉพาะในสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง                

 

 

 

 

 

 

 

 

สำนักงานสถิติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ศาลากลางจังหวัดหลังใหม่ ชั้น 4
ต.ประจวบคีรีขันธ์ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ 77000 โทรศัพท์ 0-3261-1310
โทรสาร 0-3261-1435 มหาดไทย 64162-64183 E-Mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.